ทำความเข้าใจพร้อมเจาะลึก กับ เกมแบล็คแจ็ค มีมาอย่างไร

แบล็คแจ็ค (Blackjack) เป็นเกมการพนันที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจอย่างมาก เป็นที่รู้จักในหลายๆ ที่ในโลก บางครั้งเรียกว่า “21” เนื่องจากเป้าหมายของเกมคือการให้ผู้เล่นรวมคะแนนของการ์ดให้มีค่ารวมไปถึงหรือใกล้เคียงกับ 21 มากที่สุด โดยไม่เกิน 21 คะแนนเพื่อชนะฝ่ายเจ้ามือ (Dealer) ในบางกรณี เกมนี้เล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ แต่ในรูปแบบที่มักเจอบ่อยคือเล่นกับฝ่ายเจ้ามือเพียงคนเดียว

เกมนี้ใช้สำรับไพ่มาเล่น โดยใช้สำรับไพ่ปกติ 52 ใบ โดยมีการจัดแจกไพ่แล้วเสร็จสิ้นตามกฎเกม ผู้เล่นจะต้องพยายามให้คะแนนของการ์ดที่มีอยู่มีค่ารวมใกล้เคียงกับ 21 มากที่สุด โดยไม่เกิน 21 ในการแข่งขันกับฝ่ายเจ้ามือ ถ้าคะแนนของผู้เล่นสูงกว่าคะแนนของฝ่ายเจ้ามือ หรือฝ่ายเจ้ามือเกิน 21 ก็จะชนะเกมได้

แบล็คแจ็คเป็นเกมที่มีกฎง่าย แต่ก็มีกลยุทธ์และการคำนวณความน่าเสี่ยงที่เข้ามาเล่นในเกมด้วย ซึ่งทำให้มีความน่าสนใจและเป็นที่นิยมในการเล่นพนันและคาสิโนทั่วโลก

ไพ่แบล็คแจ็ค

ประวัติเกมไพ่แบล็คแจ็ค

เกมไพ่แบล็คแจ็คมีประวัติยาวนานและนับเป็นหนึ่งในเกมการพนันที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก มันเกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของเกมอื่น ๆ ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ เช่น “Vingt-et-Un” และ “Trente-un” ซึ่งหมายถึง “21” และ “31” ตามลำดับ

การเล่นแบล็คแจ็คตามกฎเดิมที่รู้จักในปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นในสหราชอาณาจักรในคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยเกมได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและขยายตัวไปทั่วโลก ในที่สุด เกมแบล็คแจ็คก็เข้าสู่โรงเรียนคาสิโนในอเมริกาและทั่วโลก โดยเฉพาะในอาณาจักรเหล่านั้นที่มีการพัฒนากฎของเกมและวิธีการเล่นที่ยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับ

ในปัจจุบัน เกมแบล็คแจ็คยังคงเป็นหนึ่งในเกมคาสิโนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาเป็นเกมออนไลน์และแอพพลิเคชั่นสำหรับมือถืออีกด้วย เป็นเกมที่มีกลยุทธ์และความสนุกสนานที่ท้าทายผู้เล่นให้พัฒนาทักษะและความชำนาญในการเล่นไพ่แบบกับฝ่ายเจ้ามืออย่างต่อเนื่อง

ต้นกำเนิดเกมไพ่แบล็คแจ็ค

ต้นกำเนิดของเกมไพ่แบล็คแจ็คยังมีข้อมูลที่ไม่แน่นอนและมีความเป็นไปได้ในหลายที่ เรื่องราวเกี่ยวกับว่าเกมไพ่แบล็คแจ็คเกิดขึ้นจากที่ไหนมักมีหลายเวอร์ชันและสันนิษฐานต่าง ๆ อยู่รอบตัว อย่างไรก็ตาม มีศัพท์ “Vingt-et-Un” ซึ่งหมายถึง “21” ในภาษาฝรั่งเศส เป็นเกมที่มีความคล้ายคลึงกันกับแบล็คแจ็คที่มีลักษณะเดียวกัน

หนึ่งในสันนิษฐานที่มีความน่าเชื่อถือคือว่าเกมไพ่แบล็คแจ็คอาจมีกำเนิดจากเกม “Vingt-et-Un” ซึ่งเป็นเกมที่มีความคล้ายคลึงกับแบล็คแจ็ค และเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นของฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือ 18 โดยมีเงื่อนไขในการชนะที่คล้ายคลึงกัน เช่น การได้คะแนนรวมใกล้เคียงกับ 21 หรือ ใกล้เคียงกับค่าที่ได้มากที่สุดโดยไม่เกิน 21 แต้ม

แม้ว่ามีการเสนอสันนิษฐานต่าง ๆ ว่าเกมไพ่แบล็คแจ็คมีต้นกำเนิดจากไหน แต่ความน่าจะเป็นที่มากที่สุดคือว่ามันเกิดขึ้นเป็นการผสมผสานของหลายเกมและวัฒนธรรมต่าง ๆ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาและการปรับปรุงของผู้เล่นตลอดเวลาในระยะเวลาอันยาวนาน

ที่มาที่ไปของเกมไพ่แบล็คแจ็ค

เกมไพ่แบล็คแจ็คมีที่มาที่หลายแห่งที่ผสมผสานกันมาจนกลายเป็นเกมที่เรารู้จักในปัจจุบัน ซึ่งมีประวัติที่เชื่อถือได้ว่ามาจากเกมไพ่อื่นๆ และประวัติศาสตร์การพนันต่างๆ ดังนี้:

  1. Vingt-et-Un (21): มีความเป็นไปได้สูงว่าแบล็คแจ็คมีที่มาจาก Vingt-et-Un (Twenty-One) ซึ่งเป็นเกมไพ่ที่มีกฎการ์ดและการเล่นที่คล้ายคลึงกับแบล็คแจ็คในปัจจุบัน การ์ดไพ่จะมีค่าตามจำนวนลูกตุ้มที่อยู่บนบัตร เกม Vingt-et-Un ได้เริ่มต้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 ในฝรั่งเศส และพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 18 ในอังกฤษ
  2. Trente-un (31): เป็นเกมไพ่อีกหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับ Vingt-et-Un โดยการเล่นในเกมนี้เป้าหมายของผู้เล่นคือการให้คะแนนรวมของการ์ดใกล้เคียงกับ 31 มากที่สุด เกม Trente-et-Un น่าจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาแบล็คแจ็คในฝรั่งเศส
  3. Quinze (15): เกมนี้มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของ Vingt-et-Un และ Trente-un โดยเป้าหมายของเกมคือการให้คะแนนรวมของการ์ดใกล้เคียงกับ 15 มากที่สุด
  4. Italian Sette e Mezzo: เกมไพ่อิตาเลียนที่เรียกว่า Sette e Mezzo ก็เป็นเกมที่มีความคล้ายคลึงกับแบล็คแจ็ค โดยผู้เล่นจะพยายามให้ได้คะแนนรวมใกล้เคียงกับ 7.5 หรือ “Sette e Mezzo” ซึ่งเป็นเกมที่เกี่ยวข้องกับการ์ดไพ่แบบอิตาเลียน

การผสมผสานและการพัฒนาจากเกมเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่นำพาสู่การเริ่มต้นของเกมไพ่แบล็คแจ็คในปัจจุบันที่เรารู้จักโดยทั่วไปในคาสิโนและวงการการพนัน

ความนิยมของเกมไพ่แบล็คแจ็ค

เกมไพ่แบล็คแจ็คเป็นหนึ่งในเกมการพนันที่มีความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก ดังนั้นมีความนิยมและได้รับความสนใจอย่างมากในหลายๆ ด้านดังนี้:

  1. ในคาสิโน: แบล็คแจ็คเป็นหนึ่งในเกมหลักที่มักพบในคาสิโนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในลาสเวกัส, มาคาโอ, และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีสถานที่การพนัน นักเล่นพนันทั้งมืออาชีพและผู้ที่มีความสนใจก็มักจะเลือกเล่นแบล็คแจ็คเป็นหนึ่งในเกมหลักของพวกเขา
  2. ออนไลน์: ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน, แบล็คแจ็คมีความนิยมในรูปแบบของเกมออนไลน์อย่างแพร่หลาย มีเว็บไซต์การพนันออนไลน์และแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการเกมแบล็คแจ็คให้ผู้เล่นเข้าถึงได้ง่าย ๆ จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  3. การแข่งขัน: มีการแข่งขันแบล็คแจ็คที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการหรือไม่ทางการที่มีผู้เล่นมืออาชีพมากมาย ทั้งในลาสเวกัสและอื่นๆ ที่มีชุมชนแบล็คแจ็คที่ใหญ่และเจริญกันอย่างต่อเนื่อง
  4. การศึกษาและการวิจัย: เนื่องจากมีกลยุทธ์และเทคนิคในการเล่นแบล็คแจ็ค การศึกษาและการวิจัยในเรื่องนี้ก็มีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาทักษะและเครื่องมือในการเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเล่นเกมไพ่แบล็คแจ็ค

การเล่นเกมไพ่แบล็คแจ็คเป็นไปตามกฎที่ง่ายและมีกฎเกมที่เรียบง่าย ต่อไปนี้คือขั้นตอนการเล่นแบบพื้นฐาน:

1. การเริ่มเกม:

เริ่มต้นโดยการวางเงินเดิมพันของคุณลงบนโต๊ะ ซึ่งจะกำหนดเงินเดิมพันขั้นต่ำและสูงสุดตามกฎของโต๊ะที่คุณเลือกเล่น
เมื่อเริ่มเกมแบล็คแจ็คในคาสิโนหรือในแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ คุณจะต้องทำตามขั้นตอนเบื้องต้นต่อไปนี้:

2. เข้าโต๊ะเกม:

เลือกโต๊ะเกมแบล็คแจ็คที่คุณต้องการเข้าร่วม โต๊ะอาจมีระดับการเดิมพันและกฎของเกมที่แตกต่างกัน เลือกโต๊ะที่เหมาะสมกับระดับการเดิมพันและประสบการณ์ของคุณ

3. วางเงินเดิมพัน:

เมื่อคุณเข้าสู่โต๊ะ, คุณจะต้องวางเงินเดิมพันของคุณลงบนโต๊ะ คุณสามารถทำได้โดยวางเงินที่ตำแหน่งที่กำหนดไว้ในโต๊ะหรือใช้ระบบการเลือกเงินเดิมพันของแต่ละโต๊ะ (หากมี)

4. รอการแจกการ์ด:

เมื่อคุณวางเงินเดิมพันลงบนโต๊ะ, ก็เวลาให้เจ้ามือแจกการ์ดแล้วคุณจะได้รับการ์ดของคุณสองใบ ซึ่งจะเป็นการ์ดที่แสดงให้เจ้ามือเห็นเพียงใบหนึ่ง

5. การตัดสินใจ:

เมื่อคุณได้รับการ์ดของคุณ, คุณต้องตัดสินใจเพื่อเลือกที่จะเล่นต่อหรือไม่

6. ตัวเลือกที่คุณสามารถทำได้รวมถึงการยืน (Stand), การรับการ์ดเพิ่ม (Hit), การแบ่งคู่ (Split) และการเดิมพันประกันภัย (Insurance) หากมี

7. จบเกม:

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่รับการ์ดเพิ่มเติมและต้องการยืน, หรือคะแนนของคุณเกิน 21 คะแนน, เกมจะจบลง

8. ตัดสินผล:

เจ้ามือจะเปิดการ์ดของตนเองและตัดสินใจต่อไปตามกฎของเกม

ผู้เล่นที่คะแนนสูงกว่าและไม่เกิน 21 จะชนะและได้รับการชำระเงินตามอัตราการชำระเงินของเกม

การตัดสินใจเกี่ยวกับการชำระเงินจะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของเกมและกฎของโต๊ะที่คุณเล่น

การเริ่มต้นเล่นแบล็คแจ็คอาจจะดูเรียบง่าย แต่การศึกษากฎของเกมและเรียนรู้กลยุทธ์พื้นฐานอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะและประสบความสำเร็จในการเล่นในระยะยาว

การแจกการ์ด

ผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือจะได้รับการแจกการ์ด โดยจะมีการแจกให้กับผู้เล่นสองใบ และฝ่ายเจ้ามือจะได้รับการแจกการ์ดใบหนึ่ง

การแจกการ์ดในเกมแบล็คแจ็คมักเป็นไปตามขั้นตอนเฉพาะที่ถูกกำหนดไว้ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. ผู้เล่นวางเงินเดิมพัน:

ทุกเกมแบล็คแจ็คจะมีการวางเงินเดิมพันก่อนที่การแจกการ์ดจะเริ่มต้น ผู้เล่นจะต้องวางเงินเดิมพันในช่องที่กำหนดไว้บนโต๊ะพนัน โดยมักจะมีเงินเดิมพันขั้นต่ำและสูงสุดที่กำหนดไว้ในโต๊ะ

  1. การแจกการ์ด:

ผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือจะได้รับการแจกการ์ด โดยทั่วไปจะเริ่มจากผู้เล่นที่นั่งที่ด้านซ้ายมือของฝ่ายเจ้ามือและเป็นการแจกการ์ดทีละใบ จากนั้นฝ่ายเจ้ามือจะได้รับการ์ดต่อมา โดยการ์ดจะถูกแจกโดยหน้าไพ่จะหันไปที่บน และผู้เล่นจะเห็นการ์ดเปิดเผยของตนเองและเจ้ามืออยู่ตลอดเวลา

  1. จำนวนการ์ดที่แจก:

ทั้งผู้เล่นและเจ้ามือจะได้รับการ์ดอย่างเท่าเทียม โดยทั่วไปจะแจกการ์ดสองใบให้ผู้เล่นและการ์ดหนึ่งใบให้เจ้ามือ โดยการ์ดที่แจกให้เจ้ามือจะเปิดหน้าไพ่เพียงใบเดียวและปิดไพ่อีกใบหนึ่ง

  1. การเล่นต่อไป:

เมื่อการ์ดถูกแจกแล้วผู้เล่นจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป โดยมีตัวเลือกในการขอรับการ์ดเพิ่มเพื่อเพิ่มคะแนน, ที่จะยอมรับคะแนนปัจจุบัน, หรืออื่น ๆ ตามกฎของเกม

การแจกการ์ดในเกมแบล็คแจ็คมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมันเป็นกระบวนการแรกที่จะสร้างสถานการณ์เริ่มต้นในการเล่นและจะมีผลต่อโอกาสในการชนะของผู้เล่นและเจ้ามือในเกม

การเลือกเล่นแบล็คแจ็ค

ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกการ์ดเพิ่มเพื่อเพิ่มคะแนนหรือยัง หรือจะยอมรับคะแนนปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน, ฝ่ายเจ้ามือจะต้องเลือกเล่นตามกฎที่กำหนดไว้ในเกม เมื่อได้รับการ์ดแล้ว ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเล่นอย่างไรต่อไป ตัวเลือกที่มีอยู่สามารถแบ่งออกเป็น:

  1. การยอมรับคะแนนปัจจุบัน (Stand):

หากผู้เล่นรู้สึกว่าคะแนนปัจจุบันของเขามีค่าเพียงพอแล้วและไม่ต้องการรับการ์ดเพิ่มเติม หรือรับการ์ดเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิน 21 คะแนน (Bust) แล้ว ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะยืน (Stand) และส่งต่อเทิร์นให้กับเจ้ามือ

  1. การขอรับการ์ดเพิ่มเติม (Hit):

หากผู้เล่นรู้สึกว่าคะแนนปัจจุบันยังไม่เพียงพอและต้องการเพิ่มคะแนน ผู้เล่นสามารถขอรับการ์ดเพิ่มเติม (Hit) จากเจ้ามือ

  1. การแบ่งการ์ด (Split):

หากผู้เล่นได้รับคู่ของการ์ดที่มีค่าเท่ากัน (เช่น คู่เดม), ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะแบ่งการ์ด (Split) ในการแบ่งการ์ด ทำให้มีสองมือในการเล่น โดยจะต้องวางเงินเดิมพันเพิ่มเติมในมือที่สอง และผู้เล่นจะได้รับการ์ดเพิ่มเพื่อเล่นในมือที่สองด้วย

  1. การกันต่อการเกิน 21 คะแนน (Insurance):

เมื่อเจ้ามือได้การ์ดแรกเป็นไพ่หน้าหลังบัตรเป็นไพ่หน้าบน A (Aces), ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะเดิมพันเงินประกัน (Insurance) เพื่อป้องกันตัวจากการที่เจ้ามือจะได้คะแนน 21 ในการแจกการ์ดต่อมา โดยเงินเดิมพันประกันจะเป็นครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันเดิมและจะจ่ายออกเป็น 2 เท่าของเงินเดิมพันหากเจ้ามือได้คะแนน 21 จากการแจกการ์ดต่อมา

การเลือกเล่นเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการเล่นแบล็คแจ็ค เนื่องจากมันมีผลต่อโอกาสในการชนะและเสี่ยงที่เกิดขึ้นในเกม

การจบเกม

เมื่อผู้เล่นเลือกที่จะไม่รับการ์ดเพิ่มเติมและเลือกยอมรับคะแนนปัจจุบัน, หรือคะแนนรวมของเจ้ามือเกิน 21 คะแนน เกมจะจบลง การจบเกมในแบล็คแจ็คจะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นหรือเจ้ามือมีคะแนนรวมที่สูงที่สุดหรือเมื่อมีการกระทำเฉพาะที่กำหนดไว้โดยกฎของเกม ต่อไปนี้คือวิธีที่เกมจบลง:

  1. ผู้เล่นชนะ:

หากคะแนนรวมของผู้เล่นสูงกว่าคะแนนรวมของเจ้ามือและไม่เกิน 21 คะแนน ผู้เล่นจะชนะเกมและได้รับเงินรางวัลตามอัตราการจ่ายที่กำหนดไว้

  1. เจ้ามือชนะ:

หากคะแนนรวมของเจ้ามือสูงกว่าคะแนนรวมของผู้เล่น และไม่เกิน 21 คะแนน เจ้ามือจะชนะและผู้เล่นจะสูญเสียเงินเดิมพันของตน

  1. เสมอ (Push):

หากคะแนนรวมของผู้เล่นและเจ้ามือเท่ากัน การแข่งขันจะเสมอ และเงินเดิมพันจะถูกคืนให้กับผู้เล่นโดยไม่มีการชนะหรือเสีย

  1. การชนะโบนัส (Bonus Win):

ในบางเกม, ผู้เล่นอาจมีโอกาสชนะโบนัสเพิ่มเติมหากสามารถทำแบล็คแจ็ค (Blackjack) หรือการจับไพ่แรกของตนเป็นไพ่หน้าหลัง (Ace) พร้อมกับไพ่มูลค่า 10 แต้ม (10, J, Q, K)

การจบเกมขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของคะแนนรวมของการ์ดของผู้เล่นและเจ้ามือตามกฎของเกมและกฎของโต๊ะพนันที่กำหนดไว้ในแต่ละที่เล่น โดยผู้เล่นควรทราบกฎการพนันและกฎของเกมที่จะเล่นก่อนที่จะเริ่มเล่นเพื่อป้องกันความสับสนและความสูญเสียในการเดิมพัน

การตัดสินผล

ถ้าคะแนนของผู้เล่นสูงกว่าคะแนนของเจ้ามือและไม่เกิน 21, ผู้เล่นจะชนะและได้รับเงินที่เท่ากับเงินเดิมพัน

ถ้าคะแนนของเจ้ามือสูงกว่าคะแนนของผู้เล่นหรือเจ้ามือได้คะแนน 21 แล้วเจ้ามือจะชนะ และเงินเดิมพันจะถูกยกเลิก

เมื่อผู้เล่นและเจ้ามือทั้งคู่ได้รับการ์ดและตัดสินใจเล่นตามความพอใจแล้ว จะมีขั้นตอนการตัดสินผลเพื่อกำหนดผู้ชนะของเกมแบล็คแจ็ค ดังนี้:

  1. ผู้ชนะ:

หากคะแนนของผู้เล่นสูงกว่าคะแนนของเจ้ามือและไม่เกิน 21 คะแนน หรือเจ้ามือเกิน 21 คะแนน (Bust) ผู้เล่นจะชนะเกมและได้รับเงินเดิมพันตามอัตราการจ่ายที่กำหนดไว้

  1. เจ้ามือชนะ:

หากคะแนนของเจ้ามือสูงกว่าคะแนนของผู้เล่น และไม่เกิน 21 คะแนน หรือผู้เล่นเกิน 21 คะแนน จะทำให้เจ้ามือชนะเกม ผู้เล่นจะสูญเสียเงินเดิมพันที่วางไว้

  1. เสมอ (Push):

หากคะแนนของผู้เล่นเท่ากับคะแนนของเจ้ามือ การเรียกว่าเสมอ (Push) จะเกิดขึ้น ผู้เล่นจะได้รับเงินเดิมพันกลับคืนโดยไม่มีผลกำไรหรือขาดทุน

การตัดสินผลในเกมแบล็คแจ็คมีความสำคัญอย่างมากในการกำหนดผู้ชนะและผู้แพ้ของเกม และมีผลต่อการจ่ายเงินเดิมพันด้วย

***สิ่งที่ควรจำไว้คือหากมีการเสนอเงื่อนไขพิเศษในโต๊ะที่คุณเล่น เช่นการแบ่งคู่ (Split) หรือการเรียกร้องประกันภัย (Insurance) ควรอ่านและเข้าใจกฎระเบียบของเกมและการพนันที่คุณเล่นด้วยให้ดี นอกจากนี้ การศึกษากลยุทธ์เบื้องต้นของเกมแบล็คแจ็คอาจช่วยให้คุณเล่นอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

อัตราการจ่ายของเกมไพ่แบล็คแจ็ค

อัตราการจ่ายในเกมไพ่แบล็คแจ็คมักจะแตกต่างไปตามกฎที่ใช้ในแต่ละโต๊ะ และกฎระเบียบของคาสิโนหรือแพลตฟอร์มการเล่นออนไลน์ที่คุณเลือก เนื่องจากมีความหลากหลายในกฎและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินในแต่ละสถานการณ์ แต่อย่างทั่วไปแล้ว มักจะมีอัตราการจ่ายที่พบบ่อยคือ:

  1. การชนะแบบธรรมดา (Standard Win):

การชนะแบบธรรมดาในแบล็คแจ็คมักจะมีอัตราการจ่ายเท่ากับ 1:1 หรือ 1 เป็น 1 เช่นถ้าคุณวางเงินเดิมพัน 100 บาทและชนะเกมคุณจะได้รับเงินเดิมพันของคุณกลับมาอีก 100 บาทรวมกับเงินเสริม 100 บาท รวมเป็น 200 บาททั้งหมด

  1. การชนะแบบไพ่แบล็คแจ็ค (Blackjack Win):

การชนะแบบไพ่แบล็คแจ็คมักจะมีอัตราการจ่ายเท่ากับ 3:2 หรือ 3 เป็น 2 ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณวางเงินเดิมพัน 100 บาทและชนะด้วยไพ่แบล็คแจ็ค คุณจะได้รับ 150 บาทในการจ่ายเงินเดิมพันรวมกับเงินเสริม 50 บาท

  1. การจากเจ้ามือชนะ (Dealer Win):

ในบางเหตุการณ์ การชนะของเจ้ามืออาจมีการจ่ายที่แตกต่างกันไป แต่ในส่วนใหญ่แล้ว การชนะของเจ้ามือมักจะเรียกว่า “แพลตฟอร์มชนะ” ซึ่งหมายถึงการเจาะจงไพ่และผลการชนะของเจ้ามือ เช่น ถ้าคุณวางเงินเดิมพัน 100 บาทและเจ้ามือชนะ คุณจะสูญเสียเงินเดิมพันของคุณทั้งหมด

โปรดทราบว่า อัตราการจ่ายอาจมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับกฎและเงื่อนไขของแต่ละเกมและสถานที่เล่น แนะนำให้ตรวจสอบกฎระเบียบของเกมและเงื่อนไขการเล่นก่อนที่จะเริ่มเล่นเพื่อเข้าใจการจ่ายเงินในเกมไพ่แบล็คแจ็คที่คุณเลือก

ข้อดีข้อเสียของเกมไพ่แบล็คแจ็ค

เกมไพ่แบล็คแจ็คเป็นเกมที่น่าสนุกและท้าทายที่มีข้อดีและข้อเสียต่างๆ ดังนี้:

ข้อดีของเกมไพ่แบล็คแจ็ค:

  1. ยากที่จะคาดการณ์ไพ่ถัดไป: เกมแบล็คแจ็คต้องการการวิเคราะห์และการตัดสินใจที่ดีในการเลือกการ์ด เนื่องจากผลลัพธ์ของเกมมักจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่ถูกต้องในขณะนั้น
  2. สร้างกลยุทธ์: การเล่นแบล็คแจ็คมีการวิเคราะห์และการคำนวณที่มากมาย ทำให้ผู้เล่นมีโอกาสในการสร้างกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการเล่นเกม
  3. การเล่นที่มีประสิทธิภาพ: การศึกษาและการปฏิบัติการเล่นแบล็คแจ็คอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะ ผู้เล่นที่มีความรู้และทักษะในเกมมักจะมีโอกาสในการเล่นที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น
  4. สร้างความตื่นเต้นและความสนุก: เกมแบล็คแจ็คมีความตื่นเต้นและน่าสนุก เพราะการดึงดูดใจและการคาดการณ์ผลของการแจกการ์ด

ข้อเสียของเกมไพ่แบล็คแจ็ค:

  1. เสี่ยงการสูญเสียเงิน: เกมแบล็คแจ็คเป็นการพนันและมีความเสี่ยงที่ผู้เล่นอาจสูญเสียเงินได้ หากไม่มีการบริหารจัดการเงินอย่างเหมาะสม ผู้เล่นอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินที่มากมาย
  2. ขึ้นอยู่กับโชคลาภ: การแจกการ์ดมีลำดับและผลลัพธ์ที่สุ่ม ผู้เล่นอาจพบว่าการตัดสินใจที่ดีอาจไม่สามารถช่วยให้ชนะเกมได้หากโชคไม่อยู่ข้างตัว
  3. การเสียเวลาและความอดทน: การเล่นแบล็คแจ็คอาจต้องใช้เวลาและความอดทน เนื่องจากมีการตัดสินใจมากมายที่ต้องทำในแต่ละรอบของเกม
  4. สภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเล่นเกมมีปัญหา: ในบางสถานการณ์ การเล่นเกมแบล็คแจ็คอาจเป็นอันตรายถ้าไม่มีการควบคุมการพนันและการเงินให้ดีอย่างเหมาะสม

การเล่นเกมแบล็คแจ็คมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเลือกเล่นควรพิจารณาถึงทั้งความสนุกและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ด้วย

**การเล่นพนันออนไลน์ควรอ่านบทความเพื่อทำความเข้าใจก่อนเล่น**

 

Tags : , ,